วันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2557

กอ.รมน.สระบุรี จับกุมไม้พยุง ล็อตใหญ่ มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท

กอ.รมน.สบ.บรูณาการหน่วยงานบุกเข้าตรวจสอบจับกุมไม้พยุง ล็อตใหญ่ มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท
เมื่อ 20 เม.ย. 57 เวลา 14.30 น. พ.อ.รัสรรค์ ยิ้มสู้. รองผอ.กอ.รมน.สบ.สั่งการ พ.อ.พงษ์ศิลป์ สถิตขราณีย์ หัวหน้ากลุ่มงานข่าว.กอ.รมน.สบ.บูรณา หน่วยงานร่วมกับ นายยุทธศาสตร์ กุลวรรณ. สายตรวจสายที่ 2. สนง.จัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 5(สระบุรี). พ.ต.ท.ขจรชัย.บุญโถ. สว.สส.สภ.มวกเหล็ก. ร.ต.ท.สามารถ เศียรนอก รอง.สว.สส.สภ.มวกเหล็ก นำกำลังเข้าจับกุมขบวนการลักลอบค้าไม้พยุงไม้หวงห้ามบริเวณหมู่บ้านก่อนเกษตรกรก้าวหน้า หมู่ที่ 14. ต.ซับสนุ่น อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี
ที่เกิดเหตุเป็นเป็นฟาร์มโคนมร้างชื่อฟาร์ม มีรัตน์ เลขที่ 443 หมู่ 14 ที่เลิกกิจการแล้ว มีเนื้อที่ประมาณ 2ไร่พบกองไม้พยุงลักษณะการทำเป็นไม้ขุดล้อมมาทั้งต้นยาวประมาณ 8-10 เมตร จำนวน43 ต้น และเป็นท่อนยาว 1.5 -2 เมตร อีก 32 ท่อน มีการนำสีทองทาปกปิดรอยตัด เพื่ออำพรางไม่ให้เห็นแก่นไม้ด้านในเปลือกไม้ โดนปลอกออกแล้วทุกต้นในนอนเรียงรายในพื้นที่ สอบถามนายณรงค์ กิ่งแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 14 ให้การว่า ฟาร์มแห่งนี้เดิมเป็นของนายสุวิทย์ มีรัตน์ ที่เลิกกิจการแล้ว และขายให้นายทุนคนหนึ่งไปไม่ทราบว่าเป็นใครได้มีการทยอย นำไม้เหล่านี้เข้ามา ในระยะประมาณ 1 เดือนแล้ว
ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบได้มี นายจำรัส วงศ์จิ อายุ 47 ปี บ้านเลขที่ 47 หมู่ 12 ต.ซับสนุ่นได้เดินทางมาพร้อมกับ พ.ต.ท.สุบรรณ สวรรณพิมพ์พา รองผกก. สภ. มวกเหล็ก ขั้นต้นยอมรับว่าแค่รับจ้างเฝ้าแต่ไม่ยอมบอกชื่อผู้ว่าจ้างและได้นำเอกสารพร้อมรูปถ่ายการตัด แหล่งที่มาของไม้พยุง มาแสดงกับเจ้าหน้าที่ ส่วนใหญ่ จะมีการนำไม้มาจาก จ.บุรีรัมย์ และ จ.สุรินทร์ในราคาต้นละ 7 หมื่นถึง 8 หมื่นบาท ขนย้ายมาโดยรถบรรทุกอย่างเปิดเผยโดยอำพรางเป็นไม้ขุดล้อมขนาดใหญ่ทาสีทองที่รอยตัดเพื่อไม่ให้เห็นแก่นด้านใน เมื่อมาถึงจะทำการลอกเปลือกทิ้ง รอการขนย้ายส่งต่ออีกครั้ง คาดว่าทำเป็นขบวนการใหญ่ อาจมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าว จึงได้ตรวจยึดไว้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและติดตามตัวขบวนการค้าไม้พยุงรายนี้ต่อไป
ทีมข่าวเฉพาะกิจ นสพ.พลังชน

วันเสาร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2557

เทศบาล กุดนกเปล้า จัดงานสงกรานต์ ประจำปี 2557

เมื่อ 19 เม.ย.57 นายสกุล คำมูล นายก เทศมนตรีกุดนกเปล้า พร้อมคณะผู้บริหาร พนักงานเทศบาล ลูกจ้าง จัด พิธีสืบสานประเพณี รดน้ำขอพร สงน้ำพระ รดน้ำดำหัว ผู้สูงอายุ ประกวดเทพีผู้สูงอายุ เนื่องในงานประเพณีวันสงกรานต์ประจำปี 57 โดยมีนายชุ่ม ฤทธิ์จันทึก ประธานสภาเทศบาล กล่าวรายงาน ณ.สำนักงาน เทศบาลกุดนกเปล้า ต.กุดนกเปล้า อ.เมือง จ.สระบุรี
คนธรรมดา ม้าตัวเดียว

สระบุรี- พิธีเททองหล่อพระพุทธชัยวัฒนมงคลประจำ ม.4 รอ.

เมื่อ 19 เม.ย. เวลา 09.59 น. พ.อ.กันตพจน์ เศรษฐารัศมี ผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ (ม.4 รอ.) พ.อ.จิรวัฒน์ นาคะรัตน์ รองผบ.ม.4 รอ. จัดพิธี เททองหล่อพระพุทธ ชัยวัฒนมงคล หน้าตักกว้าง 39 นิ้ว โดยมีพลเอกยุทธพันธ์ มกรมณี อดีต ผบ.ศม.และพลตรีมนูญกฤต รูปขจร อดีตผบ.ม.4 รอ.ท่านแรกให้เกียรติเป็นประธานในพิธี,มีพระธรรมปิฏก เจ้าอาวาสพระพุทธบาทราชวรมหาวิหารเจ้าคณะจังหวัดสระบุรี พระครูสิทธิพิมล (พระอาจารย์จักษ์ จตฺตมโล)เจ้าอาวาสวัดชุ้ง จ.สระบุรี พระครูโสภณถิรคุณ(หลวงพ่อสุนทร จนฺทเถโร)เจ้าอาวาสวัดหนองสะเดา จ.สระบุรี พระอาจารย์ วรงคต วิริยธโร(หลวงตาม้า) เจ้าอาวาสวัดพระพุทธพรหมปัญโญ (วัดถ้ำเมืองนะ) จ.เชียงใหม่ เป็นองค์ นั่งปรกพุทธาภิเษก ในมณฑลพิธีโดยมีพุทธศาสนิกชน คณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ทั้งอดีต และปัจจุบัน ข้าราชการ นักการเมือง พ่อค้า ประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมงานจำนวนมาก
พระพุทธ ชัยวัฒนมงคล มีหน้าตักกว้าง 39 นิ้ว จัดสร้างขึ้น เพื่อเป็นพระพุทธรูป ประจำหน่วย กรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ อันเป็นศูนย์ร่วมจิตใจและมิ่งขวัญ อีกทั้งไว้เป็นที่สักการบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคลของกำลังพลและครอบครัว รวมถึงประชาชนทั่วไปพร้อมทั้งเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวนานโดยจะนำไปประดิษฐาน..พระพุทธชัยวัฒนมงคล .ณ หอพระ บริเวณศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หน้ากองบังคับการกรม ทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ อ.เมือง จ.สระบุรี
(คนธรรมดา ม้าตัวเดียว)

วันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2557

รักษาการ รมต.คมนาคมเปิดทางต่างระดับแพะโคก สระบุรี

ทางต่างระดับแพะโคก สระบุรีใช้เวลากว่า 6 ปีในการก่อสร้างเหตุ ผู้รับเหมาทิ้งงาน เปิดใช้งานแล้ว หลังศูนย์สร้างบูรณะสะพานที่ 3 ปทุมธานี ศูนย์สร้างทางกาญจนบุรี กรมทางหลวงดำเนินการก่อสร้างต่อ เพื่อรองรับการเดินทางของพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์
เมื่อ 10 เม.ย. 57 เวลา 07.30 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดเส้นทางเลี่ยงเมืองทิศเหนือ หรือแยกแพะโคก อำเภอเมืองจังหวัดสระบุรี โดยมีนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ให้การต้อนรับ
ทั้งนี้การก่อสร้างสายทางแยกต่างระดับสายเลี่ยงเมืองสระบุรี ด้านเหนือสระบุรี หรือแยกแพะโคก ได้ดำเนินการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2552 โดยรายละเอียดของสัญญา สัญญาเลขที่ สส.11/2552 ลงวันที่ 28 กันยายน 2552 เริ่มต้นสัญญา วันที่ 29 กันยายน 2552 สิ้นสุดสัญญา 22 มีนาคม 2554 หลังสิ้นสุดสัญญา ได้รับการขยายอายุสัญญา จำนวน 6 ครั้ง วันที่ 21 กรกฎาคม 2554 งบประมาณ 242,997,355.29 บาท ผู้ว่าจ้างคือสำนักงานก่อสร้างสะพาน กรมทางหลวง ผู้รับจ้าง บริษัทมงคลลาภก่อสร้าง ซึ่งแผนการดำเนินการของผู้รับจ้างดำเนินมีผลการดำเนินการที่ล่าช้า ไม่มีความพร้อมในการปฏิบัติงาน ขาดประสิทธิภาพ ขาดสะภาพคล่อง ซึ่งเมื่อครบกำหนดตามสัญญา ผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานได้และไม่ปฏิบัติตามสัญญาสร้างความเดือดร้อนกับประชาชนที่สัญจรเป็นอย่างมากกรมทางหลวงจึงบอกยกเลิกสัญญาจ้างตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2555
หลังเกิดปัญหาผู้รับจ้างทิ้งงานก่อสร้างไม่เสร็จ โดยศูนย์สร้างบูรณะสะพานที่ 3 ปทุมธานี ศูนย์สร้างทางกาญจนบุรี ได้รับมาดำเนินการก่อสร้างต่อ ศูนย์สร้างทางปทุมธานี เข้ามาดำเนินการก่อสร้างบูรณะสะพาน งบประมาณ 20 ล้านบาทเศษ และศูนย์สร้างทางกาญจนบุรีเข้ามาดำเนินการในส่วนของงานสร้างทาง งบประมาณ 94 ล้านบาทเศษ ในการก่อสร้างเส้นทางสายนี้ จังหวัดสระบุรี ถือเป็นเส้นทางเลี่ยงเมืองสำคัญ ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชนเป็นจำนวนมากโดยที่ไม่ต้องผ่านตัวเมืองสระบุรี ซึ่งสะพานแห่งนี้มีหลายภาคส่วนติดตามเร่งรัดเพื่อให้แล้วเสร็จมาอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะ น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย สส.สระบุรี เขต 1 ได้ มีการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร์และในชั้นกรรมาธิการกระทรวงคมนาคม เพื่อเร่งรัดการก่อสร้างและวิธีดำเนินการแก้ปัญหา มาอย่างต่อเนื่องและยังมีอีกจุดที่กรมทางหลวงยังไม่ดำเนินการคือการก่อสร้างสะพานกลับรถบริเวณ หน้ากรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ เนื่องจากเป็นจุดกลับรถที่อันตรายคร่าชีวิตข้าราชการทหารและครอบครัวทั้งประชาชนที่สัญจรไปมา หลาย100 ศพแล้ว และผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ก็ได้ เข้ามารับทราบปัญหาการก่อสร้างพร้อมทั้งเร่งรัดสนับสนุนให้งานมีความก้าวหน้า จนกระทั่งแล้วเสร็จและทำการเปิดเส้นทางในวันนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทางแก่ประชาชนในช่วงเทศกาลต่างๆ การขนส่งสินค้าและการท่องเที่ยวทุกฤดูกาลอย่างรวดเร็วและปลอดภัย
ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงการดูแลพี่น้องประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ว่าสำหรับปัญหานั้นจะมีอยู่ 2 ส่วนคือด้านความปลอดภัยและความสะดวก สำหรับเส้นทางในบางส่วนที่กำลังดำเนินการก่อสร้างในขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการขอพื้นที่คืนซึ่งในจุดนี้จะมีลักษณะคอขวดบนเส้นทางพหลโยธิน อยู่ 2 จุด คือ บริเวณ นวนคร และรอยต่อเขตอำเภอวังน้อยกับอำเภอหนองแค ซึ่งก็ต้องใช้ความระมัดระวัง สำหรับการดูแลความปลอดภัยของรถสาธารณะและรถตู้โดยสาร ซึ่งจะเข้มงวดกับพนักงานขับรถในการตรวจวัดแอลกอฮอล์และความพร้อมสภาพร่างกาย สภาพรถโดยสาร และปัญหาที่สำคัญคือปัญหารถตู้โดยสารที่วิ่งระยะสั้นอาจจะไม่เพียงพอ ทั้งนี้ขอให้พี่น้องประชาชนได้วางแผนในการเดินทางด้วย
(คนธรรมดา ม้าตัวเดียว)

วันพุธที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2557

จังหวัดสระบุรี ร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์

จังหวัดสระบุรีเปิดศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2557 เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2557 นายประดิษฐ์ ทิพย์สุมาลัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานเปิดศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ มีนายสมบัติ ไตรศักดิ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระบุรี พร้อม นายบดีศร เลาหะนันท์ ขนส่งจังหวัดสระบุรี ร่วมกล่าวรายงาน โดยมี พ.ต.อ.บำรุง คงชีพ รองผบ.ตำรวจภูธรสระบุรี นายชรัส บุญณสะ ปลัดจังหวัดสระบุรี หัวหน้าส่วนราชการ,ผู้แทนภาคเอกชน,ผู้แทนมูลนิธิ,อาสาสมัครและผู้แทนบริษัทGULFจำกัดให้การสนับสนุนอีกด้วย
ซึ่งปัญหาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่หยุดติดต่อกันหลายวันจะมีพี่น้องประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาทำให้การใช้รถใช้ถนนมากกว่าปกติ จังหวัดสระบุรีเป็นเมืองชุมทางที่สามารถใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินสายหลัก เช่น ถนนพหลโยธิน ถนนมิตรภาพ ถนนสุวรรณศร เป็นทางหลักเชื่อมต่อระหว่างภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงเปิดศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ตั้งแต่วันที่ 11-17 เมษายน 2557 จะได้ดูแลความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุทางจราจรโดยใช้ถนนให้ปลอดภัยเพื่อลดอุบัติเหตุและผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตให้น้อยที่สุด
เพื่อให้การดูแลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด จึงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วนให้ปฏิบัติงานร่วมกันสระบุรีตั้งจุดตรวจหลัก จุดตรวจรองและจุดตรวจชุมชนใน 13 อำเภอ รวม 118 จุด และจัดทำป้ายแนะนำเส้นทางเลี่ยงเมืองเพื่อระบายการจราจรและจัดเตรียมเปิดช่องทางพิเศษถ้าจราจรหนาแน่นและใช้กฎหมายบังคับอย่างเคร่งครัดและเข้มงวด เช่น เมาแล้วขับ ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด ไม่สวมหมวกและรัดเข็มขัดนิรภัย ติดตั้งกล่อง CCTVพร้อมจัดเตรียมรถกู้ชีพ,ระบบการสื่อสาร,ในกรณีเกิดภัยฉุกเฉินหากมีผู้ฝ่าฝืนกระทำผิดจะดำเนินการจับกุมอย่างจริงจัง ในด้านบิการประชาชนได้ตั้งศูนย์บริการซ่อมรถ บริการเครื่องดื่มและแนะนำเส้นทาง ตลอดเส้นทาง24 ชั่วโมง
(คนธรรมดา ม้าตัวเดียว)

กอ.รมน.ภาค 1 ตรวจเยี่ยมการฝึก อพป .จ.สระบุรี

เมื่อ 9 เม.ย.57 เวลา10.00 น. พันเอก(พิเศษ) พบอนันต์ เหลืองภานุวัฒน์ ผอ.กองนโยบายและแผนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน.กองทัพภาคที่ 1(กอ.รมน.ภาค 1) ตรวจเยี่ยมการ ฝึกอบรมจัดตั้งและทบทวน การฝึก มอบใบประกาศเกียริคุณ พร้อมเปิดป้ายหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง (อพป.)บ้านหนองทางบุญ โดยมี พ.อ.พิเศษ)รังสรรค์ ยิ้มสู้ รองผอ.กอ.รมน.สบ. พอ.พงษ์ศิลป์ สถิตย์ขราณี หน.กลุ่มงานข่าว.กอ.รมน.สบ.พอ.บัญญัติ อารีพงษ์ หน.กลุ่มงานยุทธศาสตร์ กอ.รมน.สบ. ร.ต.ต.สิทธิชัย เขียวสะอาด ป.อาวุโสรักษาราชการแทน นายอำเภอหนองแซง นายพันธ์ชาย ลักขณาปลัดอำเภอบ้านหมอ นายประเสริฐ นุ่มรอด นายก.อบต.หนองกบ นางดรุณี นุ่มรอด กำนัน ต.หนองกบ คณะครูฝึกสมาชิก อ.พ.ป.ให้การต้อนรับ ณ.หมู่ ที่ 5 วัดหนองทางบุญ บ้านหนองทางบุญ ต.หนองกบ อ.หนองแซง จ.สระบุรี
โครงการ อพป. ได้เป็นส่วนสำคัญ ในการทำให้สถานการณ์บ้านเมืองกลับเข้าสู่สภาวะปกติ มีความสุข ความปลอดภัย เป็นที่อบอุ่นไปทั่วทุกแห่งหนไม่ว่าชนบทใกล้-ไกล เพราะราษฎรเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการให้ความร่วมมืออย่างเต็มภาคภูมิ เพื่อให้ ราษฎรสามารถจัดตั้งคณะกรรมการกลางบริหารหมู่บ้าน อพป. ได้ตาม พ.ร.บ.ฯ หมู่บ้าน อพป.สามารถจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรป.) ปฏิบัติงานได้อย่างเป็นระบบ ยกระดับรายได้ของประชากร ให้พออยู่พอกินตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จัดตั้งกองกำลังประชาชนสร้างเครือข่ายการข่าว แจ้งเตือนภัยหมู่บ้าน เกษตรกรมีความเข้าใจ การเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวพระราชดำริฯ หมู่บ้าน อพป. เป็นชุมชนเข้มแข็ง ปลอดยาเสพติด
ปัจจุบันหมู่บ้าน อพป. ที่จัดตั้งขึ้นทั่วประเทศ มีจำนวนร่วม 2 หมื่นหมู่บ้าน ใน 59 จังหวัด สำหรับในพื้นที่ภาคอีสาน มีจำนวน 3,928 หมู่บ้าน การดำเนินงานของแต่ ละภาคทั้ง 4 ภาค มีศูนย์อาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง ของ กอ.รมน. แต่ละภาคเป็นหน่วยรับผิดชอบ มีภารกิจในการวางแผนอำนวยการ ประสานงานและกำกับดูแลเกี่ยวกับการดำเนินงานตามโครงการ อพป.ในพื้นที่ที่รับผิดชอบ ให้บรรลุผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ
(คนธรรมดา ม้าตัวเดียว)