วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561

เครือข่ายภาคประชาชน สระบุรี ยื่นคัดค้านร่างผังเมืองรวม เอื้อประโยชน์ภาคอุตสาหกรรมอย่างเดียว



            สระบุรี เครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดสระบุรียื่นข้อเรียกร้องและแสดงเจตนารมณ์คัดค้านร่างผังเมืองรวมจังหวัดสระบุรี เอื้อประโยชน์ให้เกิดการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมโดยไม่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม





             เมื่อวันที่21สิงหาคม2561เวลา17.30น. นางสาว ธนพร วิจันทร์ นายสุรพล ลิขิตปัญญาวัฒน์พร้อมกลุ่มเครือข่ายภาคประชาชนและมวลชนกว่า100 คน เข้ายื่นหนังสือเปิดผนึกถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีกรณีร่วมคัดค้านผังเมืองรวมจังหวัดสระบุรี บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสระบุรี โดย ข้อเรียกร้องจากเครือข่ายภาคประชาชน คัดค้านผังเมืองรวมจังหวัดสระบุรี ที่เอื้อประโยชน์ให้เกิดการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมสร้างความเดือดร้อนของประชาชนต่อผลกระทบต่อการผลิตอาหารและแหล่งท่องเที่ยว เกษตรกรรม อุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยมี นายเกียรติศักดิ์  ตรงศิริ  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี พันเอกเพิ่มศักดิ์ ขุนโขลน รอง กอ.รมน.จ.สระบุรี นายสุชน ภัยธิราช ปลัดจังหวัดสระบุรี พร้อมส่วนราชการผังเมืองจังหวัดสระบุรี ลงมารับหนังสือข้อเรียกร้องจากเครือข่ายภาคประชาชน
 





              โดยมีการผลัดเปลี่ยนกันปราศรัยกับผู้ร่วมชุมนุม  ความว่า  เดิมเคยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี คนก่อน นายวิเชียร พุฒิวิญญู ได้ได้รับฟังคิดเห็นของภาคประชาชนโดยได้แต่งตั้งตัวแทนภาคประชาชนเป็นกรรมการที่ปรึกษาผังเมืองจังหวัดสระบุรีจำนวน 5 ท่านและเปิดเวทีระดับจังหวัดรับฟังความคิดเห็นที่ใด้ผลการรับฟังความคิดเห็นภาคประชาชนผ่านกานพิจารณาจากคณะที่ปรึกษาผังเมืองจังหวัดสระบุรีปรากฏว่าร่างผังเมืองรวมจังหวัดสระบุรีส่งกลับมามีประเด็นที่แตกต่างบางเรื่องที่สำคัญที่สุดคือ ร่างข้อกำหนดที่ 20 ที่กำหนดให้โรงงานเดิมก่อนประกาศผังเมืองร่วมเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2555 สามารถขยายกิจการได้ 1 เท่าตัวบนที่ดินที่ได้มาก่อนขยายโรงงานได้ทุกโรงงาน    แต่ภาคประชาชนเห็นด้วยกับกฏหมายกระทรวงที่บังคับใช้ในปัจจุบันที่อนุญาตโรงงานเดิมที่เปิดก่อนประกาศผังเมืองสามารถขยายได้หนึ่งเท่าบนที่ดินที่ได้มาก่อนประกาศผังเมือง 13 มกราคม 2555โดยพิจารณาให้เฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม






                 ในวันนี้ภาคประชาชนได้ทราบข่าวจึงได้ขอพบโยธาธิการจังหวัดสระบุรีเพื่อคัดค้านประเด็นดังกล่าวและที่มีข้อสงสัยอีกหลายประเด็นพร้อมจะคัดค้านในการแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ทุกเวทีแต่ปรากฏว่าเรื่องดังกล่าวยังสามารถผ่านการพิจารณาจากคณะผังเมืองทั้งๆที่คณะที่ปรึกษาผังเมืองภาคประชาชนแจ้งให้ทราบเรื่องดังกล่าว มีมติที่ประชุมให้คงข้อกำหนดที่ 20 โดยให้มีการพิจารณาโรงงานที่เหมาะสมเหมือนกันกฏหมายที่บังคับใช้ปัจจุบันให้สอดคล้องกับรายงานที่ประชุมที่บันทึกแสดงความคิดเห็น ที่ทุกท่านระบุให้มีการพิจารณาโรงงานที่เหมาะสมตามที่ระบุบันทึก มติประชุมใช้โรงงานเดิมสามารถขยายได้ในบนพื้นที่โรงงานเดิมได้1 เท่าบนที่ดินที่ได้มาก่อนประกาศผังเมืองรวมจังหวัดสระบุรี





                 ขณะที่ผู้ร่วมชุมนุมจาก อ.แก่งคอย ได้พยายามอธิบายเพิ่มเติม ขอให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบมลพิษ และการทำลายสิ่งแวดล้อม ช่วยตรวจสอบโรงงานบางแห่งในพื้นที่ อ.แก่งคอย ที่ ลักลอบปล่อยน้ำเสีย ลงในแม่น้ำป่าสัก และสร้างมลพิษ กลิ่นเหม็น ที่เป็นปัญหาซ้ำซากยังไม่ได้รับการแก้ไข มานาน และกล่าวเพิ่มเติมจาก การนำเงินกองทุนไฟฟ้าที่ได้จากการ จ่ายค่า fT ของประชาชนที่ต้องรับภาระในการเสียรวมกับค่าไฟฟ้าทุกเดือน แต่มีผู้เข้าใจผิด และนำมาอ้างว่า เงินกองทุนไฟฟ้าเป็นเงินที่ได้มาจากโรงไฟฟ้า นำมาการสนับสนุนชุมชน





                จากนั้นนาย ทิสา  ปราโมก ได้อ่านจดหมายเปิดผนึกจากตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดสระบุรีทั้ง 13 อำเภอที่มาร่วมชุมนุมยื่นหนังสือผ่าน นายเกีรติศักดิ์ ตรงศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เพื่อมอบให้ท่านผู้ว่ารชการจังหวัดสระบุรีเพื่อนำเสนอต่อคณะที่ปรึกษาผังเมือง เพื่อพิจารณา จากนั้นผู้แทนภาคประชาชนได้ถ่ายรูปหมู่ พร้อมจะมา ทวงถามและติดตามผลในครั้งนี้ต่อไป

 



(คนธรรมดา  ม้าตัวเดียว)  บรรณาธิการข่าว 
เรวัติ น้อยวิจิตร Hub Admin rewat.noyvijit@hotmail.com 081-9107445

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น